Paidi Clinic
 บทความ >  0132 - ลูกเป็นสมาธิสั้นช่วยลูกอย่างไงดี !!



      มาเรียนรู้กับโรคสมาธิสั้น

               ปัจจุบันนี้จะพบว่าเด็กในวัยเรียนมีปัญหาสมาธิสั้นกันมากขึ้น    สงสัยกันไหมค่ะว่าทำไม  ลองทบทวนดูนะค่ะในสมัยก่อนวัยคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเราทำไมปัญหาสมาธิสั้นไม่ค่อยมีเท่าสมัยนี้    ก็เพราะว่าสมัยนั้นไม่มีเทคโนโลยีไม่มีสื่อที่เป็นตัวกระตุ้นเร้าให้เด็กสมาธิสั้น   แต่ปัจจุบันนี้มีสิ่งเร้ามากมายไม่ว่าจะเป็นมือถือ  ไอแพด   อินเตอร์เน็ต  เกมส์ออนไลน์   ที่เป็นตัวกระตุ้นเร้าให้เด็กขาดสมาธิ   นอกจากนี้ยังพบว่าการเลี้ยงดูของผู้ปกครองก็มีผลให้เด็กสมาธิสั้นได้   ส่วนมากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ปัจจุบันนี้มักจะเปิดทีวีให้ลูกนั่งดูเป็นระยะเวลานานๆ  เพื่อตัวพ่อแม่เองจะได้ไปทำงานบ้านหรืองานอย่างอื่น  นี่เหละค่ะที่เป็นตัวเริ่มต้นของปัญหาสมาธิสั้นที่ใครๆต่างมองข้ามไป 

               ทางการแพทย์พบว่าเด็กที่สมาธิสั้นเกิดจากสารโดปามีนและ นอร์เอปิเนฟรินซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่คุมสมาธิมีปริมาณน้อยกว่าเด็กปกติ

ลักษณะอาการที่สำคัญของเด็กกลุ่มสมาธิสั้น ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
              
1.กลุ่มอาการซนมากกว่าปกติ (hyper activity)
 คือลักษณะความซนจะมากกว่าเด็กทั่ว ๆ ไป ซนแบบไม่อยู่นิ่ง มักอยู่ไม่เป็นสุข ลุกลี้ลุกลนตลอดเวลา และชอบปีนป่ายขึ้นไปบนโต๊ะเก้าอี้บ่อย ๆ
               2.กลุ่มอาการสมาธิสั้น สามารถสังเกตได้โดยเด็กจะวอกแวกง่าย แม้แต่สิ่งเร้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้เด็กเสียสมาธิได้แล้ว เช่น ในขณะที่เด็กกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ หากมีเสียงดังเกิดขึ้น เช่น เสียงช้อนส้อมในครัวหล่น หรือเสียงแตรรถยนต์หน้าปากซอย เด็กพวกนี้จะหันไปหาแหล่งต้นเสียงทันที หรือแม้แต่ขณะนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนพอมีคนเดินผ่านจะหันไปดูโดยทันที   นอกจากนั้น ยังอาจเกิดจากสิ่งเร้าภายในตัวของเด็กเอง เช่น อาการเหม่อลอย ชอบนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ คิดวอกแวกถึงเรื่องอื่น ๆ ทำให้การทำงานบางอย่างไม่สำเร็จลุล่วง    
              
3.กลุ่มอาการหุนหันพลันแล่น (impulsive) คือเด็กมักจะแสดงออกในลักษณะที่รอคอยไม่เป็น ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่เพื่อนกำลังคุยกันอยู่เมื่ออยากจะพูดเด็กก็จะพูดแทรกขึ้นมาในทันที โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม

 

               พ.ญ.อังคณา   อัญญมณี   จิตแพทย์เด็กและ วัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ให้ข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับดูแลและช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น 7 ข้อ คือ

          1.ลดสิ่งเร้า ควรจัดสภาพแวดล้อมให้สงบเรียบร้อย ไม่มีของเล่นหรือทีวีมาดึงความสนใจเด็กขณะทำการบ้าน พ่อแม่ไม่ควรทะเลาะหรือใช้ความรุนแรงต่อหน้าลูก ที่ห้องเรียนควรจัดให้เด็กมานั่งใกล้ครู ไม่ควรให้นั่งใกล้ประตูหน้าต่างหรือเพื่อนที่ชอบเล่นชอบคุย

          2.เฝ้ากระตุ้น จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่คอยติดตามและตักเตือนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเด็กไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ตลอดเวลา แม้จะรู้และเข้าใจว่าควรทำสิ่งใด

          3.หนุนจิตใจ เด็กมักทำสิ่งต่าง ๆ ไม่สำเร็จ ได้รับแต่คำตำหนิติเตียน หมดความมั่นใจ เด็กจึงต้องการกำลังใจอย่างมากจากพ่อแม่และคุณครู ผู้ดูแลเด็กจึงควรมีอารมณ์ที่มั่นคง สดชื่น และสื่อสารกับเด็กในทางบวกทั้งทางคำพูดและการกระทำ

          4.ให้รางวัล เด็กมักจะเบื่อและขาดความอดทน แต่หากมีรางวัลตามมา เด็กจะรู้สึกท้าทายและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น รางวัลที่ให้ควรเป็นสิ่งที่เด็กอยากได้ และควรให้รางวัลง่าย ๆ และบ่อย ๆ เด็กจะได้ไม่เบื่อและให้ความร่วมมือต่อไปได้ นาน ๆ

          5.สั้นกระชับ ควรบอกกับเด็กสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าต้องการให้เด็กทำอะไร เพราะเด็กไม่สามารถทนฟังคำพูดที่ยืดยาวได้จนจบ และไม่สามารถจดจำสิ่งที่ฟังได้หมด

          6.นับสิ่งดี ทั้งของตัวเด็กและตัวคุณเอง เพราะการดูแลเด็กสมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากวันนี้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าควรหาเวลาหยุดพักสั้น ๆ ในแต่ละวัน คิดถึงความน่ารักและ ความดีในตัวเด็กและตัวเราเอง ก็จะทำให้เรามีกำลังใจในการดูแลเด็กต่อไปได้อีกนาน

          7.มีขอบเขต ควรมีตารางเวลาเพื่อให้เด็กรับรู้ขีดจำกัดและช่วยควบคุมให้เด็กทำตามง่าย ขึ้น โดยเรียงลำดับกิจกรรมต่าง ๆ ให้ชัดเจนและแน่นอน เช่น เวลาตื่น, เวลานอน, เวลาทำการบ้าน, อ่านหนังสือ, ใช้คอมพิวเตอร์, เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยที่ไม่ปล่อยปละละเลยหรือตามใจมากเกินไป เพื่อไม่ให้เด็กสับสนและต่อรอง บ่อย ๆ

          จริง ๆ แล้วเด็กสมาธิสั้นหลายคนเป็นเด็กที่มีความสามารถ แต่มักทำสิ่งต่าง ๆ ไม่สำเร็จเรียบร้อย เพราะไม่สามารถวางแผนหรือควบคุมตนเองได้ จึงต้องอาศัยผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากปล่อยปละละเลยก็ยิ่งจะทำให้การช่วยเหลือแก้ไขเป็นไปได้ยาก

          หากเด็กได้รับการดูแลรักษาด้วยความเข้าใจจากพ่อแม่ ครู และแพทย์ ตั้งแต่ยังเล็ก จะช่วยทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เติบโตขึ้นด้วยความมั่นใจและประสบความสำเร็จได้ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป



   ผู้โพส : พัชรินทร์ 17 Nov 2014 07:40:49

Login สำหรับผู้ดูแลระบบ