Paidi Clinic
 บทความ >  0133 - การฝึก เด็กเขียนหนังสือ



 เรื่องการฝึกเด็กเขียนหนังสือ   

               เมื่อลูกจะเริ่มเขียนหนังสือ เราควรช่วยลูกเริ่มให้ถูกต้องโดยคำนึงถึง ท่าเขียน การบริหารร่างกายเพื่อการเขียน ขั้นตอนการเขียน

               ท่าเขียน  เมื่อจะให้ลูกๆเริ่มหัดเขียนหนังสือนั้นอาจจะเริ่มเด็กๆ จากการนั่งเขียนที่โต๊ะ หรือจะเขียนด้วยท่าอื่นๆที่เด็กถนัด เขียน โต๊ะและเก้าอี้ควรมีขนาดที่เหมาะกับผู้นั่งและควรจะนั่งอยู่ในท่าที่เหมาะสม เก้าอี้ไม่ควรลึกหรือสูงเกินไป เท้าเด็กควรวางอยู่บนพื้น   เพราะการนั่งเท้าลอยขณะเขียนหนังสือเด็กจะนั่งไม่มั่นคง ทำให้เด็กต้องก้มตัวมาข้างหน้าแล้วใช้แขนและข้อศอกยันโต๊ะทำให้เขียนไม่สะดวก ควรนำเก้าอี้เล็กมารองที่เท้าของลูกเพื่อให้วางเท้าได้มั่นคง
โต๊ะ ควรมีขนาดที่วางมือ วางแขน และกางข้อศอกได้สะดวก อย่าเล็กหรือแคบพอดีตัวเกินไป
ดังนั้นขนาดของโต๊ะและเก้าอี้ เมื่อนั่งเด็กเอาแขนแนบลำตัวตรงๆปล่อยอย่างสบายๆ ขอบโต๊ะน่าจะสูงกว่าระดับศอก 2 นิ้ว เมื่อให้ลูกวางแขนที่จะเขียน ควรวางได้อย่างสบายๆและมุมตรงข้อศอกควรเป็นมุมฉากหรือยกขึ้นเล็กน้อยมุมที่ปลายมือหรือข้อมือไม่ควรอยู่ต่ำกว่ามุมที่ข้อศอก เพราะจะทำให้คุมมือได้ไม่ดีในขณะที่เขียนจะทำให้ลูกๆเมื่อยเร็ว หรือถ้าโต๊ะสูงเกินไปจะทำให้เห็นไม่ชัด บังคับมือไม่สะดวกและเมื่อยเร็ว ถ้าเก้าอี้เตี้ยเกินไปให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยหนุนตัวน้องๆให้สูงขึ้น เช่น หาเบาะแข็งๆมารองนั่งเพื่อช่วยยกตัวเด็กให้สูงขึ้น


               ท่านั่งที่ถูกต้องคือ นั่งเป็นมุมฉากหรือเกือบฉาก แผ่นหลังแนบติดเก้าอี้ เท้าแตะพื้นและวางบนพื้นราบอย่างมั่นคงไม่ลอยเหนือพื้น

               ท่าเขียนอื่นๆ เด็กวัยก่อนห้าขวบอาจไม่ชินการที่ต้องนั่งโต๊ะเขียน ถ้าลูกไม่ถนัดก็สามารถใช้ท่าอื่นเช่น ยืนเขียนบนกระดานหรือขาตั้ง นอนเขียนโดยนอนคว่ำ เอาข้อศอกยันพื้นเพื่อเขียนซึ่งเด็กเล็กๆวัยอนุบาลชอบท่านอนเขียนนี้มาก อาจเพราะเป็นท่าที่ถนัดที่สุดซึ่งคุณครูหรือผู้ใหญ่ควรเข้าใจ มากกว่าคิดว่าเด็กขี้เกียจ ท่านอนตะแคงเอามือยันพื้นไว้ข้างหนึ่งเพื่อเขียน ท่านั่งคุกเข่า จะข้างเดียวหรือสองข้างแล้วยืดตัวขึ้นเพื่อเขียน หรือท่านั่ง(กับพื้นแล้ว)ก้มตัวลงไปเขียน(ท่าเต่า) เมื่อเริ่มเขียน เราควรอนุโลมให้ลูกเขียนในท่าที่ถนัดสะดวก อย่าไปห้ามเพราะเด็กจะมีทัศนะคติที่ไม่ดี ทำให้ไม่อยากเขียนอีกเลย เมื่อลูกเริ่มคุ้นเคยกับการเขียนแล้ว ค่อยจับมานั่งเก้าอี้เขียนที่โต๊ะ ถ้าลูกไม่ยอมก็ค่อยๆหาวิธีให้ร่วมมือ


การจับดินสอ 
หลักการ เตรียมดินสอแท่งแรกๆ(จับง่าย)ให้ลูกหัดเขียน 
๑. ดินสอแท่งใหญ่ๆ อ้วนๆ จับง่ายและเหมาะกับมือเด็ก
๒. ดินสอเหลี่ยมจับง่ายกว่าดินสอที่ด้ามกลมมน หากระดาษกาวมาพันจะช่วยจับได้มั่นคงขึ้น
๓. ควรใช้ดินสอแท่งสั้นๆประมาณฝ่ามือลูก เพราะมือน้อยๆต้องออกแรงถือมาก(ถ้าดินสอยาวมาก) ทำให้ควบคุมกล้ามเนื้อมือได้ยากขึ้น
๔. ใช้ที่ดินสอที่ปลายทู่ๆหน่อยมาใช้กับการเริ่มเขียน จะดีกว่าเริ่มกับดินสอแหลมเพราะจะเขียนยาก หักง่าย เด็กต้องควบคุมไม่ให้หัก     เมื่อเขียนจะได้เส้นใหญ่ (การเริ่มหัดเขียนอย่าใช้ดินสอไส้กดเพราะหักง่ายเด็กจะเสียสมาธิ เบื่อต้องคอยเปลี่ยนไส้)
๕. ควรให้ลูกเลือกดินสอเอง
๖. ควรเตรียมดินสอสัก สองสามแท่งเพื่อการทำงานที่ต่อเนื่องไม่ทำให้สูญเสียสมาธิ เพราะหักแล้วต้องมานั่งเหลาแทนที่จะเขียนได้อย่างต่อเนื่อง


สอนลูกจับดินสอ
คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจให้ลูกจับดินสอให้ถูกวิธีตั้งแต่แรกๆ เพราะถ้าจับไม่ถูกจนเป็นนิสัยแล้วจะแก้ไขได้ยาก ในการกลับมาเปลี่ยนท่าที่ถูกต้อง
๑. ให้ลูกยกมือข้างที่ถนัด
๒. เอานิ้วชี้จรดกับนิ้วโป้ง ท่าเหมือนจีบนิ้วรำไทย
๓. เปิดปลายนิ้วชี้กับโป้งออกวางดินสอลงตรงกลางระหว่างนิ้วทั้งสอง โดยให้นิ้วกลางช่วยรับน้ำหนักที่ปลายดินสอ
๔. ปลายนิ้วชี้ควรอยู่ห่างจากปลายไส้ดินสอ ๑ ซ.ม. 
๕. นิ้วโป้งควรอยู่ถัดเหนือนิ้วชี้ขึ้นมาอีก ๑-๑.๕ ซ.ม.
๖. ค่อยๆวางมือลงบนกระดาษ 
๗.โดยปลายดินสอทำมุม ๔๐-๖๐ องศา ไม่น้อยไม่มากกว่านี้

การจับดินสอแบบนี้เรียกว่าการจับสามจุด (tripod) เพราะใช้สามนิ้วคือนิ้วชี้ นิ้วโป้งและนิ้วกลาง เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด ระวังการจับดินสอต่ำหรือใกล้ปลายไส้ดินสอมากเกินไป เด็กจะเขียนกดมากทำให้เมื่อยมือ ถ้าจับสูงจะเขียนไม่เป็นตัว เส้นบาง การจับดินสอผิดวิธีทำให้เมื่อยมือเร็วเด็กจะเขียนไม่ทน แต่มีวิธีจับสี่จุด( quadruped)โดยเพิ่มนิ้วนางเข้ามาช่วยรองรับน้ำหนัก 
อีกวิธีคือ วางดินสอระหว่างง่ามนิ้วชี้และนิ้วกลาง (adapted tripod) ซึ่งถูกต้องทั้งสามวิธี

ท่าจับดินสอที่ไม่ถูกวิธี
               เด็กเล็กส่วนใหญ่(2 – 4.5  ขวบ) เวลาจับดินสอจะเริ่มจากการกำดินสอไว้แน่นซึ่งเป็นไปตามพัฒนาการวัยนี้ อันเกิดจากการควบคุมกล้ามเนื้อมือมัดเล็กได้ไม่ดีนัก    เมื่อเด็กอายุ ๕ ขวบ ควรสอนให้จับดินสอแบบสามจุด วิธีหนึ่งที่ช่วยแบบธรรมชาติที่จะให้เด็กจับดินสอแบบสามจุดคือ หักสีเทียนแท่งใหญ่ให้ยาวประมาณ 2 นิ้ว จะทำให้มีขนาดสั้นที่เด็กจะกำไม่ได้ จึงต้องจับแบบสามจุดโดยปริยาย ลองให้ลูกระบายสีเทียนด้วยด้ามสั้นๆสักสอง-สามอาทิตย์ แล้วมาจับดินสอกันใหม่ ประมาณ ๗-๘ วัน เด็กส่วนมากจะจับได้ถูกต้อง เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็น ไม่ดุ ตี ว่า แต่ชมเชย เพราะเด็กก็เครียดกับการฝึกเขียนพอแล้ว ในช่วงนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ใส่ใจสักนิดเพราะครูที่โรงเรียนมีเด็กต้องดูแลมากอาจดูแลไม่ทั่วถึง


ขั้นตอนการเขียน
เมื่อลูกยังเล็กและอยู่ในวัยหัดเขียน เราควรมีขั้นตอนดังนี้
วิธีที่ ๑. ยกมือขึ้นมาแล้วทำท่าเขียนกลางอากาศ 
วิธีที่ ๒. เขียนบนกระดาษ 

วิธีเขียนกลางอากาศ เช่นการเขียน น.หนู
๑. ให้ผู้ใหญ่ยืนข้างเด็กแต่ตัวผู้ใหญ่ล้ำหน้าไปสักเล็กน้อย(สองสามเก้า)เพื่อเด็กจะเห็นแบบอย่างชัดเจนโดยหันหน้าออกไปทางเดียวกับเด็ก 
๒. ยกแขนข้างที่ถนัดขึ้นไปข้างหน้าทำท่าเหมือนชี้นิ้ว ให้สมมุติว่านิ้วที่ชี้เป็นดินสอ โดยให้ปลายนิ้วชี้สูงกว่าระดับสายตา
เล็กน้อย
๓. ทำท่าเขียนตัวใหญ่ๆโดยการหมุนหัวไหล่ (ไม่ใช้ข้อมือ)
๔. แล้วพูดกับเด็กๆว่า พร้อมยังค่ะ เราจะเริ่มเขียน ง.งู กันน่ะค่ะ แล้วให้เด็กๆพูดตามพร้อมทำท่าตาม
เขียนวงกลมหัวใหญ่ๆ
ลากเส้นตรงลงมา
เดินขึ้นไปข้างบนกัน
ง. งู

หรือ น.หนู แล้วให้เด็กพูดตามพร้อมทำท่าเขียนไปบนอากาศตามไปด้วย
เขียนหัวกลมใหญ่ๆ 
ลากเส้นตรงลงมา
โค้งไปข้างๆ ม้วนลง
ม้วนขึ้น แล้วลากเส้นจนเต็มบรรทัด
น. หนู
ในครั้งแรกที่ทำ ให้ทำช้าๆ พูดชัดๆ แล้วทำซ้ำๆพร้อมกับลูกหลายๆครั้ง ถ้าเขียนผิดทำท่าลบกลางอากาศ หรืออาจพูดว่า ผิดลูกผิด ลบก่อนดีไหมแล้วเรามาเขียนใหม่ หรือบอกว่าเขียนสวยๆกว่านี้ไหม   ให้เด็กรู้สึกว่าเขียนผิดไม่เป็นไร ลบแก้ไขได้ หรือเขียนไม่สวยเรามาเขียนใหม่ให้สวยๆกันดีกว่า เพราะเรามี ยางลบ ไม่เป็นไรๆแก้ไขได้

               วิธีเขียนบนกระดาษ เมื่อเขียนบนอากาศแล้ว ก็อาจเขียนบนทราย ใช้ชอล์กเขียนที่พื้น ที่โอ่งน้ำ หรือในพื้นที่ที่คุณพ่อคุณแม่และคุณลูกๆได้ตกลงว่าที่ตรงนี้เขียนได้ เราอาจจะเขียนบนกระดาน เขียนบนทราย แล้วค่อยมาเขียนบนกระดาษ (หรือเขียนบนบอร์ดลาดที่เอาคลิปตัวใหญ่หนีบกันกระดาษเลื่อน) ระหว่างตัวเรามีช่องไฟแนะลูกว่าเมื่อเขียนเสร็จตัวหนึ่งก็เอานิ้วชี้ข้างซ้ายวางหลังตัวหนังสือแล้วเขียนตัวถัดไป บอกลูกว่าให้ตัวหนังสือมันมีช่อง(ไฟ)ว่างๆหน่อยตัวหนังสือจะได้ไม่เบียดกันค่อยหายใจสะดวกหน่อยนะค่ะ   เมื่อตรวจดู ตัวไหนสวยมากให้คะแนนหรือให้ดาวปั้ม หรือใช้วิธีหอมเพื่อให้กำลังใจลูก


               “เคยอ่านเจอหนังสือที่เขียนไว้ว่า ในแวดวงการอนุบาลมีวิธีทดสอบว่าลูกๆของคุณพร้อมเขียนไหมโดยการให้เด็กเอาแขนพาดบนศีรษะไปจับหูอีกข้างถ้าจับได้ ก็แสดงว่าพร้อมเขียน หรือจากการทดลองให้เด็กใช้กรรไกรตัดกระดาษถ้าเด็กตัดได้ก็เริ่มหัดเขียนได้เลยค่ะ”

               วันนี้ได้อ่านเรื่องการเริ่มเขียนของน้องๆกันแล้ว แต่อย่าลืมกันน่ะค่ะ น้องๆก็ต้องการความรัก การสัมผัสสวมกอด คำชม และการสั่งสอนชี้ทางที่ดีเพราะในวัยเด็กแยกแยะไม่ได้ ก็ต้องอาศัยผู้ใหญ่ที่จะชี้อะไรถูกอะไรผิดอะไรควรทำไม่ควรทำ มารยาทที่ดีของเด็กไทยเป็นสิ่งน่ารัก งดงาม ช่วยกันรักษาและสืบสานวัฒนธรรมไทยของเราน่ะค่ะ เด็กดีไม่ใช่เพียงแค่เรียนเก่งแต่กิริยามารยาทที่ดีงามก็สำคัญ คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวาน ขอนำข้อพระธรรมในพระธรรมสุภาษิต บทที่  22   ข้อ 6 ความว่า   “จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไปและเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาจะไม่พรากจากทางนั้น”

 เอกสารอ้างอิง                              

http://www.bloggang.com       



   ผู้โพส : พัชรินทร์ 20 Nov 2014 10:36:37

Login สำหรับผู้ดูแลระบบ