Paidi Clinic
 บทความ >  0136 - เด็กพิเศษ พ่อแม่ "พิเศษ" กว่า โดย ว.วชิรเมธี



ขอให้คุณพ่อ คุณแม่อ่านเพื่อเป็นกำลังใจ 

เด็กพิเศษ พ่อแม่ "พิเศษ" กว่า
เรื่อง โดย ว.วชิรเมธี

เด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติกนั้น
ต้องการความสามารถพิเศษของผู้เป็นแม่และพ่ออย่างมหาศาล
และไม่ใช่แค่ความสามารถทางกายในการกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเท่านั้น
หากแต่เป็นความสามารถทางใจในการให้ความรักแก่เขาอย่างเต็มเปี่ยมต่างหาก

ความรัก ความผูกพัน ความเอาใจใส่ต่อเขา
ล้วนเป็นพลังพิเศษที่พ่อแม่ต้องมอบให้แก่เด็กพิเศษมากกว่าเด็กทั่วๆ ไป ดังนั้น
หากลูกของคุณเป็นเด็กพิเศษ คุณก็ควรตั้งหลักมั่นในใจไว้เลยว่า
"ถ้าลูกเป็นเด็กพิเศษ ก็ต้องเจอกับพ่อแม่ที่พิเศษกว่า"

หมายความว่า เราผู้เป็นพ่อและแม่ต้องรักเขาเป็นพิเศษ
ดูแลเขาเป็นพิเศษ อดทนกับเขาได้มากกว่าเป็นพิเศษ
ความรักและการดูแลลูกๆ นั้นเป็นโอสถวิเศษยิ่งกว่าโอสถบรรดามีในโลก

ลองคิดถึงคนที่มีความพร้อมทุกอย่างอยากมีลูก แต่ทำอย่างไรก็ไม่มี
หรือคนที่มีลูก แต่ลูกเป็นคนเลวทรามต่ำช้า
นำแต่ความเจ็บช้ำมาให้พ่อแม่ สอนไม่ได้ ว่าไม่ฟัง ด้อยการศึกษา เป็นทาสยาเสพติด
และคนที่มีลูก แต่ลูกมาตายจากไปเสียแต่ยังเล็ก โดยยังไม่ได้ทำอะไรดีงามให้พ่อกับแม่เลย

เขาเหล่านั้นทุกข์มหาศาล เพราะลูก
แต่คุณมีลูกสองคน คนหนึ่งเป็นเด็กปกตินี่ นับเป็นโชคอย่างหนึ่งแล้ว
และลูกอีกคนเป็นเด็กพิเศษ นี่ก็นับเป็นโชคอีก
เพราะอย่างน้อยคุณได้ใช้ศักยภาพของความเป็นพ่อเป็นแม่อย่างคุ้มค่าที่สุด

ขอให้มองว่า งานเลี้ยงลูกนั้นเป็นงาน "บำเพ็ญบารมี" อย่างหนึ่ง
คุณต้องบำเพ็ญ ปัญญาบารมี
คุณต้องบำเพ็ญ ขันติบารมี (ความอดทน)
คุณต้องบำเพ็ญ จาคะบารมี (การเสียสละ)
คุณต้องบำเพ็ญ อุเบกขาบารมี (วางใจเป็นกลาง)
คุณต้องบำเพ็ญ เมตตาบารมี

ยิ่งได้บำเพ็ญบารมี คุณก็ยิ่งมีความดีงามในชีวิตเพิ่มขึ้น

จงระลึกไว้ว่า พ่อแม่คือพระโพธิสัตว์ เพื่อที่จะหาวิธี "โปรด" ลูกของเรา
ให้เป็นคนดีเท่าที่ศักยภาพของเขาจะพึงมีพึงเป็นให้ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ

ขอให้มองดูเจ้าหนูน้อยของคุณด้วยสายตาแห่งเมตตาและไมตรี
เลี้ยงดูเขาด้วยความเต็มอกเต็มใจ
เพราะในระหว่างที่คุณพยายามดูแลเขาอย่างดีที่สุดนี้
มันคือโอกาสดีที่คุณจะได้ถือโอกาสฝึกปฏิบัติธรรมไปด้วยในตัว

ขอให้ถือว่าระหว่างที่ป้อนน้ำ ป้อนข้าว ระหว่างที่ฝึกหัดพัฒนาลูก
นั่นคือห้วงเวลาที่คุณได้ป้อนคุณงามความดี คือความเมตตา ความอดทน ความเสียสละ และปัญญาให้กับตัวเองไปพร้อมกัน

ถือเป็นช่วงที่ได้พัฒนาศักยภาพแห่งความเป็นบุพพการีของตัวเองด้วย

งานเลี้ยงลูกของมารดาบิดานั้นสำคัญกว่างานปั้นพระของศิลปิน
จงเลี้ยงดูเขาอย่างประณีตบรรจงอย่างสุดฝีมือ
และเมื่อสุดฝีมือของพ่อแม่แล้ว วันหนึ่งเขาก็จะมีวิถีทางของตนเอง

ขอให้เชื่อมั่นว่า หากเขาเป็นเด็กพิเศษ คุณก็คือพ่อแม่ที่พิเศษยิ่งกว่า
และหากเขาเป็นพญามาร คุณก็คือพระโพธิสัตว์
เลี้ยงลูกไป บำเพ็ญบารมีไป กำไร เห็นๆ

 

ป.ล. โทมัส อัลวา เอดิสัน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็เคยเป็นเด็กพิเศษ
ชีวิตของสองคนนี้พิเศษสุดๆ ป่วนพ่อแม่และครูสุดๆ เช่นกัน
แต่พอผ่านคืนวันเหล่านั้นมาได้ เขากลับกลายเป็นบุคคลสำคัญของโลก

สถาบันไพดี้เป็นกำลังใจให้คุณพ่อ คุณแม่ ที่พิเศษ



   ผู้โพส : พัชรินทร์ 16 Jan 2015 16:03:54

Login สำหรับผู้ดูแลระบบ